ไปดูหมอมา

posted on 12 May 2008 08:14 by wishingstar

เมื่อวันที่ 5 ที่ผ่านมาฉันได้บัตรดูดวงฟรีกับหมอดูชื่อดังจากชมรมโหราศาสตร์ไทย บัตรราคาตั้ง2พันกว่าบาทนี่ ได้มาฟรีๆจะไม่ไปดูก็เสียดายตังค์ แต่อีกใจหนึ่งก็อยากของวิชาพวกหมอดูดูว่าจะแม่นไหม

พอเดินเข้าไปในห้องดูดดวง เอ้ย ดูดวงแบบว่าหมอดูกว่าสามสิบคนนั่งประจำโต๊ะ เราก็นั่งลงข้างหน้า แล้วไหว้หมอดูเพราะป้าแกคงอายุมากกว่าแม่ฉันแน่นอน เค้าพูดว่า "เอ๊ะ หนูนี่มีองค์รักษานะเนี่ย ดูสิว่าวันนี้ท่านจะบอกอะไรเรา "

ไอ้เราก็คิดว่า "เอ๊ะ มีคนรักษาด้วยหรือเนี่ย จริงมะจริงวะ"         "เอ้าแล้วหนูอยากดูเรื่องอะไร"ป้าแกถาม

" หนูอยากดูเรื่องการเรียนค่ะ "

"แล้วหนูเรียนอะไร "

ไอ้เราแบบว่าอยากลองของป้าแกเลยไม่ตอบตรงๆอยากรู้ว่าป้าแกจะรู้ไหมว่าเราเรียนอะไร

" เอ่อ หนูกำลังจะเรียนปีหนึ่งค่ะ "

"แล้วคณะอะไร "

ห่วย คนอุตส่าห์มะอยากบอก ป้าแกก็ถามมาได้ เราเลยต้องบอก

"เรียนแพทย่ะ " เราก็ตอบๆไป

"แล้วมีปัญหาอะไร"

"เอ่อ หนูอยากรู้ว่าทำไมหนูถึงได้เรียนแพทย์ทั้งๆที่หนูมะอยาก ไปสอบอะไรก็มะติดๆแต่หมอ แบบว่าหนูเสียเซลฟ์"

"ไหน ลองเปิดไพ่สิ "    (พอเราเปิดไพ่)       "อืม รู้แล้ว หนูรุ้จักกรมหลวงชุมพรไหม "

"อ๋อรู้จักค่ะ "

"นั่นล่ะหนูเคยเป้นลูกของท่าน เมื่อชาติก่อนหนูก็เคยเป้นหมอ ชาตินี้เลยต้องเป็นอีก "

ไอ้เราก็คิดในใจ "เอ มีด้วยหรอเย เราจะเคยเกิดเป็นลูกท่านได้งายเนี่ย ฉันมีบุญขนาดนั้นเชียว" ฉันเลยถามไปว่า "ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ทำไม หนูไม่ได้เรียนที่ศิริราชล่ะคะ เพราะที่นั่นเป็นโรงพยาบาลที่เก่าแก่แล้วเกี่ยวกับท่านด้วย ทำไมหนูไม่มีโอกาสสอบเข้าศิริราชล่ะเพราะว่าหนูได้โควต้าขอนแก่นแล้วก็เลยต้องเอาเลย เพราะถ้าไปสอบศิริราชย์มันจะตัดสิทธ์แพทย์ขอนแก่น"

หลังจากรัวคำถามป้าแกก็แบบอึ้ง   .....เงียบ..... "เอ่อ เรียนที่ไหนก็เหมือนกันเเหละลูก"

" คุณป้าคะ หนูจะไปเที่ยวเวียดนามพรุ่งนี้ มีอะไรต้องระวังตัวไหมคะ "

หลังจากเปิดไพ่ " อืม ไม่มีอะไรต้องระวัง เอ๊ะ หนูมีบรรพบุรุษแถวนั้นนี่ "

แต่พอป้าแก  พิจารณาใบหน้าอันงดงามของฉัน ป้าแกก็คิดใหม่และพูดว่า " เออ มันต้องนั่งรถผ่านลาวด้วยใช่ไหม งั้นถ้าไปถึงลาวก็อย่าลืมทำบุญให้บรรพบุรุษล่ะ "

โอ้โห ป้าแกคงคิดว่าฉันมีบรรพบุรุษเป็นลาว แหม ฟางข้าวเจ็บปวด ป้าแกก็คิดไปได้ หน้าฉันไม่ลาวขนาดนั้น ที่จริงแล้ว ฉันมีเชื้อเวียดนามอ่ะ แต่มันมะออกเชื้อฮ่าๆ แต่ฉันก็ไม่ได้หน้าลาวนะเฟ้ย ฉันหน้าตาแบบแขกจะตายมีแต่คนทักว่าเป็นคนอินเดีย พอพูดถึงเรื่องนี่ก็นึกขึ้นได้

ตอนนั้นฉันไปสอบที่กรุงเทพ  ไปพักที่โรงแรมของคนมุสลิม แถวๆนั้นมีแต่คนมุสลิม พอฉันเดินจะเข้าโรงแรม พวกวินมอเตอร์ไซก็ทักฉันว่าทำไมไม่ใส่ชุดมุสลิม ไม่คลุมหัวหรือใส่ชุดยาวๆ ฉันมองหน้าเค้าแล้วไม่ตอบ ได้แต่แอบหัวเราะในใจ เอ้าก็กรุไม่ใช่แขกนี่หว่า กรุไม่มีเชื้อแขกด้วย

เอ้าๆ เข้าเรื่องต่อ

หลังจากนั้นก็นั่งๆดูไปได้หนึ่งชั่วโมง มะค่อยได้อะไรมากเท่าไหร่หรอก เพราะป้าแกพูดช้า ฉันก็มะรุ้จะถามอะไร เลยถามว่า " เอ่อ คุณป้าขาอยากดูเรื่องเนื้อคุ่ค่ะๆ"

"ป้าแกตอบทันควันทั้งๆที่ไม่เปิดไพ่ "เอ่อ ไม่มี เนื้อคู่ยังไม่เกิด"

แป่ว คำถามที่ฉันรอคอยกลับไม่มีคำตอบ แบบว่านะ เซ็งโคตร

"เนื้อคู่หนูยังไม่เกิดนะ หนูต้องจบมาทำงานรับใช้ชาติก่อน "

ค่อยโล่งใจหน่อยอย่างน้อยก็มีเนื้อคู่วะ ช้าหน่อยก็เอา

 จากนั้นฉันก็ลาป้าแกแล้วเดินออกจากห้องดูดวงมา

จั๊กจริงมะจริงแต่ก็นะ พอไปถึงเวียดนามก็เลยทำบุญให้คุณทวดที่นั่นสักหนอ่ย ทวดฉันอยู่ฮอยอัน ยายฉันก็เคยอยู่ที่นั่นแล้วย้ายมาที่ไทย

 

กีตาร์คุ่บารมี ............

posted on 29 Apr 2008 13:04 by wishingstar

ไอ้เราก็มีกีตาร์อยู่สองตัวเป็นกีตาร์ที่รักมากๆ ปานจะกลืนกิน เปรียบเสมือนสัตว์เลี้ยงแสนรัก

เรามารุ้จักกับกีตารืตัวแรกก่อนละกันเป้นคลาสสิคกีตาร์ราคาไม่แพงฮือๆ เพราะเป็นกีตาร์ตัวแรกที่เป็นของฉันเอง

ตัวนี้เป็นของยามาฮ่า ซื้อมาแค่4,500 บาท แค่เสียงก็ใช่ได้นะ อิอิ เสด็จแม่ซื้อให้ตอนป.6อิอิ

click to comment

โปรดสังเกตไอ้ตัวข้างล่าง มันชื่อมูมิคุง เสด็จแม่ซื้อให้ตอนม.6ฮ่าๆ ที่จริงแม่ตั้งใจซื้อให้น้องสาวฉันเล่นแต่ฉันเป็นคนเอามาเล่นเองอิอิ

 

click to comment

 

ตัวต่อมาที่อยู่ในกล่องนี้ เป็นกีตาร์ที่ฉันเคารพรักและบุชามากๆๆๆๆๆๆๆๆ ฉันจะเช็ดขัดถูมันทุกวันพร้อมเอามานอนด้วยบนเตียง(ทำอย่างกะสัตว์เลี้ยง) ก็ดูสิแค่กล่องมันก็เห็นแล้วขนลุกแล้ว กีตาร์ตัวนี้ เป็นกีตารืที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของ พี่ชายฉันเอง(อิอิ ..) พี่ชายผู้แสนดีคนนี้ซื้อมาฝากฉันจากอังกฤษเพราะที่อังกฤษเครื่องดนตรีจะถูกกว่าไทย กีตารืตัวนี้เป็นของทาคามีเน๊หรือที่ฝรุ่งเรียกว่าทาคามีเน่นั่นเอง พี่ชายฉันซื้อให้เป็นของขวัญที่ฉันสอบหมอได้ ราคาของมันอิอิ เอิ๊กๆ 700ปอนด์ พระเจ้ากีตาร์ที่แพงที่สุดในชีวิตของฉัน ตีเป็นไทยก็เกือบๆห้าหมื่นแต่ ถ้านำเข้ามาขายในร้านเครื่องดนตรีที่ไทยก้จะราคาแพงขึ้นเกือบ2เท่า (เป็นแสนล่ะครับน้อง)จึงไม่มีใครเอากีตาร์รุ่นนีมาขายในไทย เพราะมันไม่คุ้ม ถ้าอยากได้จริงๆต้องไปซื้อเอาที่เมืองนอก ใจจริงฉันก็อยากได้ของmartinนะ แต่ว่าmartinน่ะแพงโคตรๆเลย ถ้าเปรียบเทียบุณภาพเสียงแล้วมาร์ตินที่คุณภาพเท่ากันกะทาคามิเน๊ตัวนี้ ถ้าเป็นมาตินจะราคาแพงเป็นสามเท่า เพราะฉะนั้นถ้างบน้อยแต่ต้องการของดีก็วื้อทาคามิเน๊ะซะนะ อิอิ

ไอ้ฉันเองก็เล่นไม่ได้เรื่องเท่าไหร่แต่ใจรักนะ อิอิ

 

click to comment

 

click to comment

 

click to comment

ไอ้รุปสุดท้ายเนี่ยคืออุปกรณ์ประจำกายฉัน

1.คือทั๊มฟ์ ที่ใส่นิ้วไงฮ่าๆ มะค่อยจะได้ใช้หรอก มันมะค่อยถนัดสู้ไว้เล็บง่ายกว่าเนาะ

2.ปิ๊กไง อิอิ ซื้อมาเป็นโหลเลยตกอันละแค่70บาท

3.คาโป้หรือเคโปนั่นเอง เอาไว้เปลี่ยนคีย์

4.ผ้าเช็ดกีตาร์ที่แถมมากับกล่องกีตาร์ ยังไม่ได้ใช้เลย

5.ผ้าขนหนุอิอิ เอามาเช็ดกีตาร์

edit @ 1 May 2008 13:32:39 by fangkhaow

หลายๆคนคงอยากจะดูดาวบนท้องฟ้า แต่เอ...ง มองไปมองมามันก็เหมือนๆกัน เป็นจุดๆเต็มท้องฟ้า

วันนี้ ฉันเลยเอาแผนที่ดาวทำเองมาฝาก หวังว่าหลายๆคนคงจะเอาไปใช้ดูดาวกันอย่างจริงๆจังๆบ้าง อิอิ

แผนที่วงกลมนี้สามารถปนิ๊นออกไปตัดได้เลย

การประดิษฐ์แผนที่ดาววงกลม

ระดับชั้นเรียน:  ป.4 – ม.3
กำหนดเวลา:  2 ชั่วโมง
วัตถุประสงค์:  เพื่อประดิษฐ์แผนที่ดาววงกลมเพื่อใช้ในการดูดาว

วัสดุอุปกรณ์:
          1. กระดาษขนาด A4 หนา 180 แกรม (หรือหนากว่า) จำนวน 2 แผ่น
          2. สติกเกอร์ใสขนาด A4 จำนวน 3 แผ่น
          3. แผ่นใสขนาด 11.5 x 15 cm จำนวน 1 แผ่น
          4. ไม้บรรทัดยาว 30 cm จำนวน 1 อัน
          5. ตาไก่ทองเหลือง 1 อัน
          6. กระดาษแข็ง หรือแผ่นรองตัด 1 แผ่น
          7. มีด, กรรไกร, กาวยาง หรือเทปกาว 2 หน้า
          8. ค้อน


ภาพที่ 1  แผ่นแผนที่


ภาพที่ 2  แผ่นขอบฟ้า

วิธีการประกอบ:

          1. พิมพ์รูปแผ่นแผนที่ และแผ่นขอบฟ้า ลงบนกระดาษหนา ขนาด A4 ทั้งสองแผ่น

 
          2. นำสติกเกอร์ใสเคลือบกระดาษ A4 ที่พิมพ์แล้วทั้งสองแผ่น โดยเคลือบแผนที่ดาวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
แต่เคลือบแผ่นขอบฟ้าเฉพาะด้านหน้า โดยใช้ไม้บรรทัดรีดสติกเกอร์ บนแผ่นรองตัดหรือกระดาษแข็ง
 
          3. ใช้กรรไกร หรือมีดตัดขอบของแผนที่ดาว และแผ่นขอบฟ้า ทั้ง 2 แผ่น  
          4. นำแผ่นขอบฟ้ามาทากาว หรือติดกาวสองหน้า ที่ขอบของด้านหลังของบริเวณที่ต้องตัดออก เพื่อติดแผ่นใส
และตัดแผ่นใสในส่วนที่ยื่นเกินแผ่นขอบฟ้าออกมา
 
          5. ใช้มีดเจาะรู ให้ทะลุจุดศูนย์กลางของแผ่นขอบฟ้า และแผ่นแผนที่  
          6. ใช้มีดกรีดกระดาษ เพื่อตัดกระดาษบริเวณท้องฟ้าของแผ่นขอบฟ้าออก แต่ไม่ควรกรีดแรงจนทำให้แผ่นใสด้านล่างทะลุ  
          7. นำแผ่นแผนที่ และแผ่นขอบฟ้าที่ตัดแล้วมาประกบกัน โดยให้รูตรงจุดศูนย์กลางตรงกัน
แล้วนำตาไก่อุดตรงรู ใช้ค้อนตีให้แน่น
 
          8. ทดสอบการใช้งานโดยการหมุนแผ่นบน และแผ่นล่างสวนทางกันให้คล่อง แล้วนำไปทดลองดูดาวได้เลย  


วิธีการใช้งาน:

          ตั้งเวลาที่จะสังเกตการณ์ โดยหมุน "นาฬิกา" (ที่ขอบแผ่นขอบฟ้า) ให้ตรงกับ "ปฏิทิน" (ที่ขอบแผนที่ดาว) ตัวอย่างเช่น ต้องการดูดาวในเวลา 05.00 น. ของวันที่ 1 เดือนมกราคม ก็ให้หมุนแผ่นขอบฟ้ามาจนกระทั่ง ขีดสเกล "05.00" ตรงกับ สเกลขีดที่ 5 เดือนมกราคม ดังภาพที่ 1
          จับแผนที่ดาวแหงนขึ้น โดยให้ทิศเหนือและทิศใต้บนแผนที่ดาว ชี้ตรงกับทิศเหนือและทิศใต้ของภูมิประเทศจริง ควรระลึกไว้เสมอว่า การอ่านแผนที่ดาวมิใช่การก้มอ่านหนังสือ แต่เป็นการแหงนดู เพื่อเปรียบเทียบท้องฟ้าในแผนที่กับท้องฟ้าจริง
เมื่อเวลาเปลี่ยนไป ให้หมุนแผ่นขอบฟ้า (แผ่นบน) ตามทิศตามเข็มนาฬิกา ไปยังเวลาปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า กลุ่มดาวทางทิศตะวันออกของแผนที่ จะเคลื่อนที่ออกห่างจากขอบฟ้า (E) มากขึ้น ในขณะที่กลุ่มดาวในทิศตะวันตก จะเคลื่อนที่เข้าหาขอบฟ้า (W) เสมือนการเคลื่อนที่ ขึ้น-ตก ของกลุ่มดาวบนท้องฟ้าจริง
          จะสังเกตเห็นว่า ไม่ว่าจะหมุนแผ่นขอบฟ้าไปอย่างไรก็ตาม เส้นศูนย์สูตรฟ้าจะอยู่ตรงแนวทิศตะวันออก (E) และตะวันตก (W) เสมอ เพราะนั่นคือเส้นแบ่งซีกท้องฟ้า และเส้นสุริยะวิถีตรงกลุ่มดาวคนคู่ จะอยู่ค่อนไปทางเหนือ (โซลสติสฤดูร้อน) และเส้นสุริยะวิถีตรงกลุ่มดาวคนยิงธนู จะอยู่ค่อนไปทางใต้ (โซลส์ติซฤดูหนาว) วงกลมทั้งสองเอียงตัดกันเป็นมุม 23.5° เนื่องเพราะแกนของโลกเอียงทำมุมกับระนาบวงโคจรรอบดวงอาทิตย์

การฝึกปฏิบัติ:  ในการฝึกใช้งานในห้องเรียน ถ้ามี PC และ LCD projector ควรจะใช้ซอฟต์แวร์ SkyChart หรือ Starry Night จำลองท้องฟ้า ให้นักเรียนฝึกหมุนแผนที่ดาวตาม


http://obeclms.obec.go.th/lesa/lesa/space/constellations_index/star_map_making/starmap_making.htmที่มาจ้า